จุดเด่นของ
พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์รังสิมา
พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์รังสิมา เป็นสายพันธุ์พริกล่าสุดที่ทางเจียไต๋ได้พัฒนาสายพันธุ์ขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่ยอมรับว่า “พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์รังสิมา” เป็นพริกที่ให้ผลผลิตสูงมาก เก็บเกี่ยวได้รวดเร็ว ตั้งแต่อายุ 70 วัน หลังย้ายกล้า สำหรับผลเขียว และอายุ 90 วัน หลังย้ายกล้าสำหรับผลแดง ขั้วผลเปราะ เด็ดง่าย สีผลค่อนข้างเข้ม ผิวเรียบตึง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางผล ประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 7 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 3 กรัม ต่อผล เมื่อเก็บผลผลิต ครั้งที่ 2 ก็ให้ผลผลิตดีไม่มีตก มีรสเผ็ดจัดจ้าน ทำให้ขายผลผลิตได้ราคาดีมาก
พี่สงวน ชอบมาก เพราะเป็นพริกพันธุ์ทรงพุ่มที่จะแตกแขนงตั้งแต่โคนง่ามต้นขึ้นมา ทำให้มีแขนงเยอะ มีข้อถี่ ทำให้ลูกดก น้ำหนักดี ผิวเงาสวย ต้นสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมเก็บผลผลิตได้เร็ว ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์อื่น และแม้ว่าจะเจอสถานการณ์ภัยแล้งขั้วผลยังเปราะ ทำให้เด็ดง่าย ยอดพริกไม่เสียหาย แต่ถ้าเป็นพันธุ์อื่นๆ ขั้วผลจะเหนียว เด็ดยาก ทำให้ยอดพริกได้รับความเสียหาย และเด็ดติดยอดพริกที่มีเมล็ดเล็กๆ อยู่ออกมาด้วย และหากยอดหักเสียหาย จะต้องรออีก 1 เดือน กว่าพริกจะแตกยอดออกมา ทำให้เสียเวลาในการเก็บเกี่ยวผลผลิต
ปลูกไม่ยาก ดูแลง่าย
พี่สงวน เริ่มเพาะต้นกล้าในช่วงเดือนธันวาคม โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 2 กระป๋อง ประมาณ 100 กรัม ในการปลูกบนเนื้อที่ 4 ไร่ เตรียมเมล็ดด้วยการแช่เมล็ดในน้ำอุ่น ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที แล้วจึงนำไปแช่ในน้ำสารละลายโทนิค นาน 6 ชั่วโมง
หลังจากนั้น หุ้มเมล็ดพริกด้วยผ้าที่เปียกหมาดๆ บ่มไว้ 2-3 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกรากออกมา เมื่อเมล็ดงอกรากออกมายาวเล็กน้อย หรือมองเห็นเป็นตุ่มรากสีขาว จึงนำไปเพาะลงในวัสดุเพาะ ประมาณ 5-6 วัน เมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้นกล้า โดยในช่วงนี้จะต้องรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1-2 ครั้ง เช้าและบ่าย จนต้นกล้าขึ้นใบจริง 3-4 ใบ ค่อยย้ายลงแปลงปลูก
ในระยะแรก พี่สงวน จะใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ประมาณสัปดาห์ละครั้ง โดยนำปุ๋ยมาละลายน้ำแล้วหยอดตามต้น พอพริกเริ่มโตจะใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 ด้วยการหว่าน 15 วัน ต่อ 1 ครั้ง ส่วนการให้น้ำ หากเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ควรรดน้ำทุกวัน เพราะจะทำให้ต้นพริกแตกกิ่งแขนงดี ต้นหนา ลูกดก ต้นไม่หยุดชะงัก แต่เนื่องจากพื้นที่จังหวัดชัยภูมิเจอภัยแล้งเป็นประจำทุกปี พี่สงวนจึงต้องรดน้ำพริกได้เพียงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เท่านั้น แต่พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์รังสิมา ยังให้ผลผลิตดีมาก
การป้องกันโรค
และแมลงศัตรูพืช
แปลงปลูกพริกโดยทั่วไป มักเจอโรคและแมลงรบกวน โดยเฉพาะเพลี้ยไฟ ที่พบมากในช่วงฤดูร้อน พี่สงวนจะใช้สารเคมี ชื่อว่า เจด 70 ในอัตรา 2 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดกำจัดเพลี้ยไฟ หากเจอหนอนแมลงวันทองระบาดจะทำให้พริกสีเขียวกลายเป็นสีเหลืองแล้วหลุดร่วง พี่สงวน จะฉีดพ่นสารเคมี ชื่อว่า น๊อคทริน 35% ในอัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดหนอนชนิดดังกล่าว
สำหรับช่วงฤดูฝนมักเจอปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อราในแปลงปลูกพริก พี่สงวน จะใช้สารเคมีกำจัดเชื้อรา ชื่อว่า เทนเอ็ม ในอัตรา 30-50 กรัม และไพรีซาน 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเมื่อพบการระบาดของโรคและพ่นซ้ำทุกๆ 7 วัน พี่สงวน บอกว่า ข้อดีของพริกรังสิมาก็คือ ใบจะเล็ก ทำให้แมลงศัตรูจะเข้ารบกวนยาก และยังสะดวกต่อการฉีดพ่นยาด้วย เนื่องจากใบพริกจะไม่บังเมล็ดและดอก ทำให้ฉีดยาป้องกันได้ทั่วถึง
การเก็บเกี่ยวผลผลิต
เกษตรกรในย่านนี้นิยมเก็บพริกแดงออกขาย โดยเริ่มเก็บผลผลิตครั้งแรก เมื่ออายุต้นพริกอายุ 80-90 วัน หลังจากย้ายต้นกล้า โดยจะเก็บพริกแดงรุ่นแรกที่เป็นลูกง่าม ซึ่งเป็นลูกแรกของต้นพริกบริเวณข้อกิ่ง พี่สงวนสามารถเก็บลูกง่ามออกขายได้ถึง 10 ครั้ง
พอผลผลิตรุ่นต่อไป พริกจะแตกแขนงเยอะกว่าเดิม ทำให้เก็บได้นานและมีปริมาณมากขึ้น โดยพริกแต่ละต้นจะให้ผลผลิตประมาณ 3-5 รุ่น จึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ตลอด 6 เดือน เลยทีเดียว ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษาที่ดีด้วยเช่นกัน พี่สงวนบอกว่า เก็บพริกรุ่นแรกออกขายได้ร่วม 2 ตัน ถือว่าให้ผลผลิตสูงมาก และยังให้ผลผลิตมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ ที่ให้ผลผลิตต่อรุ่น ประมาณ 1.7 ตัน เท่านั้น
เมื่อถามถึงเรื่องการขาย พี่สงวน บอกว่า พริกขี้หนูลูกผสม พันธุ์รังสิมา มีคุณภาพดี ถูกใจแม่ค้า มีพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าสวน เพื่อส่งต่อไปยังโรงงานทำซอสพริก และส่งขายตลาดใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ พ่อค้าที่มารับซื้อชอบพริกพันธุ์นี้มาก เนื่องจากมีสีเข้ม มันวาวเป็นเงากว่าพันธุ์อื่น
เนื่องจากปีนี้แหล่งปลูกพริกส่วนใหญ่เจอผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตขาดตลาด จึงขายพริกได้ในราคาสูง กิโลกรัมละ 50-60 บาท ขณะที่ปีที่แล้ว ขายพริกได้เพียง กิโลกรัมละ 11-12 บาท เท่านั้น หากราคาพริกปรับตัวสูงต่อเนื่อง และให้ผลผลิตที่ดีแบบนี้ เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตหมด พี่สงวนมั่นใจว่าปีนี้จะมีรายได้จากการขายพริกมากกว่า 300,000 บาท อย่างแน่นอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น