33 |
จงกระทำให้ต้นไม้ดีและผลของต้นไม้นั้นดี หรือกระทำให้ต้นไม้เลวและผลของต้นไม้นั้นเลว เพราะเราจะรู้จักต้นไม้ด้วยผลของมัน |
34 |
โอ ชาติงูร้าย เจ้าเป็นคนชั่วแล้วจะพูดความดีได้อย่างไร ด้วยว่าปากย่อมพูดจากสิ่งที่เต็มอยู่ในใจ |
35 |
คนดีก็เอาของดีมาจากคลังดีแห่งใจนั้น คนชั่วก็เอาของชั่วมาจากคลังชั่ว |
36 |
ฝ่ายเราบอกเจ้าทั้งหลายว่า คำที่ไม่เป็นสาระทุกคำซึ่งมนุษย์พูดนั้น มนุษย์จะต้องให้การสำหรับถ้อยคำเหล่านั้นในวันพิพากษา |
37 |
เหตุว่าที่เจ้าจะพ้นโทษได้ หรือจะต้องถูกปรับโทษนั้น ก็เพราะวาจาของเจ้า" |
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555
มัทธีว12:33-37 (เพื่อเตือนตัวเองครับ)
วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555
จงมาหาเราและเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนือย
| มัทธิ11:25 "โอ ข้าแต่พระบิดา ผู้เป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน ข้าพระองค์ขอขอบพระคุณพระองค์ ที่พระองค์ได้ทรงปิดบังสิ่งเหล่านี้ไว้จากผู้มีปัญญาและผู้ฉลาด และได้สำแดงให้ผู้น้อยรู้ | |
26 |
ข้าแต่พระบิดา ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะเป็นที่ชอบพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์ |
27 |
พระบิดาของเราได้ทรงมอบสิ่งสารพัดให้แก่เรา และไม่มีใครรู้จักพระบุตรนอกจากพระบิดา และไม่มีใครรู้จักพระบิดานอกจากพระบุตรและผู้ใดก็ตามที่พระบุตรประสงค์จะ สำแดงให้รู้ |
28 |
บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข |
29 |
จงเอาแอกของเราแบกไว้ แล้วเรียนจากเรา เพราะว่าเรามีใจอ่อนสุภาพและถ่อมลง และท่านทั้งหลายจะพบที่สงบสุขในใจของตน |
30 |
ด้วยว่าแอกของเราก็แบกง่าย และภาระของเราก็เบา" |
วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนราธิวาส จัดฝึกอบรมโปรแกรมบริหารจัดการ ธคก.
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่ ฝึกอบรมเกษตรกร
วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555
2ทิโมธี1:7
1:7 เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงประทานจิตที่ขลาดกลัวให้เรา แต่ได้ทรงประทานจิตที่กอปรด้วยฤทธิ์ ความรัก และการบังคับตนเองให้แก่เรา
ดาวิดแต่งบทเพลงแห่งการช่วยให้รอดพ้น
2ซามูเอล 22:2 พระองค์ท่านตรัสว่า "พระเยโฮวาห์ทรงเป็นศิลา ป้อมปราการ และผู้ช่วยให้รอดพ้นของข้าพเจ้า
22:3 เป็นพระเจ้าซึ่งทรงเป็นศิลาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะวางใจในพระองค์ พระองค์เป็นโล่และเป็นเขาแห่งความรอดของข้าพเจ้า เป็นที่กำบังเข้มแข็งและเป็นที่ลี้ภัยของข้าพเจ้า องค์พระผู้ช่วยของข้าพระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากความทารุณ
22:4 ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ และข้าพเจ้าจะได้รับการช่วยให้พ้นจากศัตรูของข้าพเจ้า
22:3 เป็นพระเจ้าซึ่งทรงเป็นศิลาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะวางใจในพระองค์ พระองค์เป็นโล่และเป็นเขาแห่งความรอดของข้าพเจ้า เป็นที่กำบังเข้มแข็งและเป็นที่ลี้ภัยของข้าพเจ้า องค์พระผู้ช่วยของข้าพระองค์เจ้าข้า พระองค์ทรงช่วยข้าพระองค์ให้รอดจากความทารุณ
22:4 ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเยโฮวาห์ ผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ และข้าพเจ้าจะได้รับการช่วยให้พ้นจากศัตรูของข้าพเจ้า
วันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2555
พิธีมอบโคโครงการธนาคารโค-กระบือ
สำนักงานปศุสัตว์อำเภอชุมพวง จัดพิธีมอบโคโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ซึ่งได้รับสนับสนุนโค จำนวน 50 ตัว
จากกรมปศุสัตว์ มอบให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองสาหร่ายจำนวน 50 ราย ยืมเพื่อการผลิต
โดยมีนายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานปกครอง อำเภอชุมพวง เป็นประธานในพิธีมอบโค
ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555
จากกรมปศุสัตว์ มอบให้เกษตรกรในพื้นที่ตำบลหนองสาหร่ายจำนวน 50 ราย ยืมเพื่อการผลิต
โดยมีนายสุรพันธ์ ศิลปะสุวรรณ ปลัดอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงานปกครอง อำเภอชุมพวง เป็นประธานในพิธีมอบโค
ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555
อบรมการปลูกพืชอาหารสัตว์ และการทำบ่อแก๊สชีวภาพ
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา โดยกลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ จัดฝึกอบรมการปลูกพืชอาหารสัตว์ และการทำบ่อแก๊สชีวภาพ
ณ บ้านโนนกระหวัน หมู่ที่ 1 ตำบลโนนยอ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2555
ณ บ้านโนนกระหวัน หมู่ที่ 1 ตำบลโนนยอ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2555
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555
6 มิ.ย. 55 ปศุสัตว์จังหวัดเลย และคณะตรวจเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงไก่งวง อ.ภูเรือ จ.เลย
6 มิ.ย. 55 ปศุสัตว์จังหวัดเลย และคณะตรวจเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงไก่งวง อ.ภูเรือ จ.เลย
7 มิ.ย. 55 สนง.ปศอ.วังสะพุง จ.เลย ออกหน่วยองค์การบริหารส่วนตำลวังสะพุงเคลื่อนที่
7 มิ.ย. 55 สนง.ปศอ.วังสะพุง จ.เลย ออกหน่วยองค์การบริหารส่วนตำลวังสะพุงเคลื่อนที่
| เขียนโดย นางสาวธัญชนก ไชยปะ |
| วันพฤหัสบดีที่ 07 มิถุนายน 2012 เวลา 16:14 น. |
|
|
สนง.ปศอ.หนองหิน จ.เลย ออกติดตามตรวจเยี่ยมลูกโคที่เกิดจากการผสมเทียม
สนง.ปศอ.หนองหิน จ.เลย ออกติดตามตรวจเยี่ยมลูกโคที่เกิดจากการผสมเทียม
วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555
อาหารเสริมอัดก้อนสำหรับโค-กระบือในช่วงหน้าแล้ง
อาหารเสริมอัดก้อนสำหรับโค-กระบือในช่วงหน้าแล้ง (77/2555)
นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำอาหารเสริมอัดก้อน (Urea Molass Mineral Block ) หรือ UMMB สำหรับโค- กระบือในช่วงแล้งนี้ เพื่อ เสริมให้โค-กระบือมีสุขภาพดี ลดการสูญเสียน้ำหนักโคในช่วงฤดูแล้ง โดยในช่วงนี้อากาศเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะโค กระบือ ควรมีการจัดเตรียมพืชอาหารสัตว์ หรือเสบียงสัตว์ ไว้ใช้ในยามขาดแคลน ซึ่งอาจเป็นพืชอาหารสัตว์ เช่น หญ้าชนิดต่างๆ หรือพืชผลทางการเกษตรอื่น อย่างมันกล้วย มันสำปะหลัง สำปะรด กระถิน ที่สามารถนำมาใช้เลี้ยงปศุสัตว์ได้ โดยอาจทำในรูปของการหมัก การทำให้แห้ง เป็นต้นปัญหาหลักของการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องใน หน้าแล้ง คือ พืชอาหารสัตว์ขาดแคลน มีคุณภาพต่ำ และมีคุณค่าทางโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของปศุสัตว์ ทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตไม่สมบูรณ์ ดังนั้น จึงควรมีการทำอาหารเสริมอัดก้อน (Urea Molass Mineral Block ; UMMB) มาใช้เป็นอาหารเสริม สำหรับให้สัตว์เลียกิน เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร และชดเชยสารอาหารบางส่วนที่ขาดในหญ้าและฟางที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งในอาหารเสริมอัดก้อน หรือ UMMB มีส่วนผสมของกากน้ำตาล– ยูเรีย และแร่ธาตุ จะเป็นอาหารที่ช่วยเสริมให้โค-กระบือมีสุขภาพดี ลดการสูญเสียน้ำหนักโคในช่วงฤดูแล้ง สูตร และวิธีการผลิต เป็นสูตรที่ กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ วิจัยแล้วว่า มีความเหมาะสม ประหยัด หาแหล่งวัตถุดิบง่าย ขั้นตอนการผสมไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถทำได้ หรือนำไปปรับใช้ในจำนวนและปริมาณที่เหมาะสมได้เอง และที่สำคัญตรงตามวัตถุประสงค์ที่จะใช้ โดยมีส่วนประกอบดังนี้ อ่านรายละเอียด
นายอยุทธ์ หรินทรานนท์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำอาหารเสริมอัดก้อน (Urea Molass Mineral Block ) หรือ UMMB สำหรับโค- กระบือในช่วงแล้งนี้ เพื่อ เสริมให้โค-กระบือมีสุขภาพดี ลดการสูญเสียน้ำหนักโคในช่วงฤดูแล้ง โดยในช่วงนี้อากาศเริ่มเข้าสู่หน้าแล้ง เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะโค กระบือ ควรมีการจัดเตรียมพืชอาหารสัตว์ หรือเสบียงสัตว์ ไว้ใช้ในยามขาดแคลน ซึ่งอาจเป็นพืชอาหารสัตว์ เช่น หญ้าชนิดต่างๆ หรือพืชผลทางการเกษตรอื่น อย่างมันกล้วย มันสำปะหลัง สำปะรด กระถิน ที่สามารถนำมาใช้เลี้ยงปศุสัตว์ได้ โดยอาจทำในรูปของการหมัก การทำให้แห้ง เป็นต้นปัญหาหลักของการเลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องใน หน้าแล้ง คือ พืชอาหารสัตว์ขาดแคลน มีคุณภาพต่ำ และมีคุณค่าทางโปรตีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของปศุสัตว์ ทำให้สัตว์ชะงักการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตไม่สมบูรณ์ ดังนั้น จึงควรมีการทำอาหารเสริมอัดก้อน (Urea Molass Mineral Block ; UMMB) มาใช้เป็นอาหารเสริม สำหรับให้สัตว์เลียกิน เพื่อช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร และชดเชยสารอาหารบางส่วนที่ขาดในหญ้าและฟางที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งในอาหารเสริมอัดก้อน หรือ UMMB มีส่วนผสมของกากน้ำตาล– ยูเรีย และแร่ธาตุ จะเป็นอาหารที่ช่วยเสริมให้โค-กระบือมีสุขภาพดี ลดการสูญเสียน้ำหนักโคในช่วงฤดูแล้ง สูตร และวิธีการผลิต เป็นสูตรที่ กองอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์ วิจัยแล้วว่า มีความเหมาะสม ประหยัด หาแหล่งวัตถุดิบง่าย ขั้นตอนการผสมไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถทำได้ หรือนำไปปรับใช้ในจำนวนและปริมาณที่เหมาะสมได้เอง และที่สำคัญตรงตามวัตถุประสงค์ที่จะใช้ โดยมีส่วนประกอบดังนี้ อ่านรายละเอียด
กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมระวังโรคปากและเท้าเปื่อย
กรมปศุ
สัตว์ เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทำวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยอย่างเข้มงวด
ก่อนสูญเสียรายได้งามจากการจำหน่ายน้ำนมดิบ
พร้อมขอความร่วมมือจากศูนย์รับนมและสหกรณ์โคนมเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทาง
ชีวภาพ
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยไม่ให้แพร่กระจายออกไป
ยังพื้นที่อื่น
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมควรใส่ใจให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (Food and Mouth Disease : FMD) อย่างเคร่งครัด เพราะหากในฟาร์มที่มีโคนมติดเชื้อโรคนี้แล้ว จะไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมโคได้เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการขายน้ำนมดิบ และมูลวัวสดไปอีกหลายสัปดาห์ ซึ่งเกษตรกรสามารถป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยได้โดยทำวัคซีนควบคุมโรคปากและ เท้าเปื่อยตามโปรแกรม และดูแลสุขภาพโคนมให้แข็งแรง พร้อมทั้งจัดการฟาร์มให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกเพิ่มเติมว่า หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย แนะนำให้แยกสัตว์ป่วย ออกจากสัตว์ปกติให้เร็วที่สุดโดยจัดพื้นที่ให้อยู่ห่างกันมากที่สุดอีกด้วย ควรแยกบุคคลสำหรับดูแลสัตว์ป่วยหากไม่สามารถทำได้ให้ทำกิจกรรมกับสัตว์ป่วย เป็นลำดับสุดท้าย ต้องแยกอุปกรณ์ใช้งานของสัตว์ป่วยกับสัตว์ปกติ งดอาบน้ำสัตว์ป่วยเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อภายในฟาร์ม ในการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามพื้นคอกไม่ควรใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูง เนื่องจากจะทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายไปกับละอองฝอยได้ อีกทั้งต้องงดจำหน่าย หรือส่งนมและมูลโคสดออกนอกฟาร์ม
ในศูนย์รับนมและสหกรณ์โคนม ควรปฏิบิติ ดังนี้
เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น พ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้า-ออกศูนย์รับนมหรือสหกรณ์โคนม ตลอดจนป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยจากผู้ปฏิบัติงาน ประชาสัมพันธ์ให้เน้นย้ำเกษตรกรที่ยังไม่มีโคนมป่วยด้วยโรคปากและเท้าเปื่อย ป้องกันการนำโรค เข้าฟาร์มดังนี้ - งดการนำเข้าสัตว์มาเลี้ยงใหม่ จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
- เข้มงวดการจัดการเพื่อป้องกันโรคเข้าฟาร์ม เช่น
- ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟาร์มโคนม หากจำเป็นต้อง เปลี่ยนรองเท้าที่ใช้เฉพาะภายในฟาร์มและเดินผ่านอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง ก่อนเข้าบริเวณรีดนมและที่เลี้ยงโคนม
- ห้ามยานพาหนะทุกชนิดเช่น รถรับซื้อสัตว์ รถขนอาหารสัตว์ รถรับซื้อมูลสัตว์ เข้าภายในฟาร์ม โดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและจัดให้รถดังกล่าวอยู่ไกลจากสถานที่เลี้ยง โคให้มากที่สุด
- ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคถังส่งนมและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำเข้าฟาร์ม
- เลือกซื้อพืชอาหารสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ว่าไม่มีการระบาดของโรคปากและ เท้าเปื่อยของพื้นที่ดังกล่าว
หากฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคปากและเท้าเปื่อยระบาดให้หลีกเลี่ยงการผสม เทียมและงด การนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ในช่วงที่มีโรคระบาดอยู่ หากพบโคนมป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโรคปากและเท้าเปื่อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าช่วยเหลือในการควบคุมโรคโดยเร็ว ทั้งนี้ถ้าเกษตรกรไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ และเป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความเสียหาย มีโทษตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 โรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคติดต่อที่สำคัญ ใน โค กระบือ แพะ แกะ และสุกร ที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อและแพร่กระจายได้โดยการกินหรือสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยตรง หรือเชื้อที่ปนเปื้อนจากถังนม คน ยานพาหนะ เป็นต้น เพราะเชื้อไวรัสจะถูกขับออกมาจากสัตว์ป่วยทางน้ำมูก น้ำลาย น้ำนม มูล ลมหายใจและบาดแผล สัตว์ที่ป่วยจะแสดงอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร มีเม็ดตุ่มพองเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก ช่องปาก ทำให้น้ำลายไหล กินอาหารไม่ได้ และมีตุ่มแผลที่ไรกีบ ทำให้เท้าเจ็บ เดินไม่สะดวก ในโคนมอาจมีเม็ดตุ่มที่เต้านมทำให้เต้านมอักเสบได้ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียารักษา แต่จะใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาม่วงลดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน สามารถป้องกันได้โดยทำวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยตามโปรแกรมอย่าง เคร่งครัด จะสามารถลดอัตราการเกิดโรคได้
ท้ายที่สุดนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สังเกตอาการสัตว์ที่ เข้าเลี้ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคเนื้อ กระบือ แพะและแกะ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ หรือปศุสัตว์จังหวัด เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ในท้องที่ หรือโทรศัพท์ 085-6609906
……………………………………………………..
ข้อมูล / ข่าว : ส่วนโรคปศุสัตว์ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการา กรมปศุสัตว์
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมควรใส่ใจให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (Food and Mouth Disease : FMD) อย่างเคร่งครัด เพราะหากในฟาร์มที่มีโคนมติดเชื้อโรคนี้แล้ว จะไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมโคได้เป็นเวลานาน ซึ่งทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการขายน้ำนมดิบ และมูลวัวสดไปอีกหลายสัปดาห์ ซึ่งเกษตรกรสามารถป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยได้โดยทำวัคซีนควบคุมโรคปากและ เท้าเปื่อยตามโปรแกรม และดูแลสุขภาพโคนมให้แข็งแรง พร้อมทั้งจัดการฟาร์มให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกเพิ่มเติมว่า หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย แนะนำให้แยกสัตว์ป่วย ออกจากสัตว์ปกติให้เร็วที่สุดโดยจัดพื้นที่ให้อยู่ห่างกันมากที่สุดอีกด้วย ควรแยกบุคคลสำหรับดูแลสัตว์ป่วยหากไม่สามารถทำได้ให้ทำกิจกรรมกับสัตว์ป่วย เป็นลำดับสุดท้าย ต้องแยกอุปกรณ์ใช้งานของสัตว์ป่วยกับสัตว์ปกติ งดอาบน้ำสัตว์ป่วยเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อภายในฟาร์ม ในการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามพื้นคอกไม่ควรใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูง เนื่องจากจะทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายไปกับละอองฝอยได้ อีกทั้งต้องงดจำหน่าย หรือส่งนมและมูลโคสดออกนอกฟาร์ม
ในศูนย์รับนมและสหกรณ์โคนม ควรปฏิบิติ ดังนี้
เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น พ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้า-ออกศูนย์รับนมหรือสหกรณ์โคนม ตลอดจนป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยจากผู้ปฏิบัติงาน ประชาสัมพันธ์ให้เน้นย้ำเกษตรกรที่ยังไม่มีโคนมป่วยด้วยโรคปากและเท้าเปื่อย ป้องกันการนำโรค เข้าฟาร์มดังนี้ - งดการนำเข้าสัตว์มาเลี้ยงใหม่ จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
- เข้มงวดการจัดการเพื่อป้องกันโรคเข้าฟาร์ม เช่น
- ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟาร์มโคนม หากจำเป็นต้อง เปลี่ยนรองเท้าที่ใช้เฉพาะภายในฟาร์มและเดินผ่านอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง ก่อนเข้าบริเวณรีดนมและที่เลี้ยงโคนม
- ห้ามยานพาหนะทุกชนิดเช่น รถรับซื้อสัตว์ รถขนอาหารสัตว์ รถรับซื้อมูลสัตว์ เข้าภายในฟาร์ม โดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและจัดให้รถดังกล่าวอยู่ไกลจากสถานที่เลี้ยง โคให้มากที่สุด
- ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคถังส่งนมและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำเข้าฟาร์ม
- เลือกซื้อพืชอาหารสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ว่าไม่มีการระบาดของโรคปากและ เท้าเปื่อยของพื้นที่ดังกล่าว
หากฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคปากและเท้าเปื่อยระบาดให้หลีกเลี่ยงการผสม เทียมและงด การนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ในช่วงที่มีโรคระบาดอยู่ หากพบโคนมป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโรคปากและเท้าเปื่อย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าช่วยเหลือในการควบคุมโรคโดยเร็ว ทั้งนี้ถ้าเกษตรกรไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ และเป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความเสียหาย มีโทษตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 โรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคติดต่อที่สำคัญ ใน โค กระบือ แพะ แกะ และสุกร ที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส สามารถติดต่อและแพร่กระจายได้โดยการกินหรือสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยตรง หรือเชื้อที่ปนเปื้อนจากถังนม คน ยานพาหนะ เป็นต้น เพราะเชื้อไวรัสจะถูกขับออกมาจากสัตว์ป่วยทางน้ำมูก น้ำลาย น้ำนม มูล ลมหายใจและบาดแผล สัตว์ที่ป่วยจะแสดงอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร มีเม็ดตุ่มพองเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก ช่องปาก ทำให้น้ำลายไหล กินอาหารไม่ได้ และมีตุ่มแผลที่ไรกีบ ทำให้เท้าเจ็บ เดินไม่สะดวก ในโคนมอาจมีเม็ดตุ่มที่เต้านมทำให้เต้านมอักเสบได้ เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียารักษา แต่จะใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาม่วงลดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน สามารถป้องกันได้โดยทำวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยตามโปรแกรมอย่าง เคร่งครัด จะสามารถลดอัตราการเกิดโรคได้
ท้ายที่สุดนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สังเกตอาการสัตว์ที่ เข้าเลี้ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคเนื้อ กระบือ แพะและแกะ หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ หรือปศุสัตว์จังหวัด เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ในท้องที่ หรือโทรศัพท์ 085-6609906
……………………………………………………..
ข้อมูล / ข่าว : ส่วนโรคปศุสัตว์ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการา กรมปศุสัตว์
วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2555
กรมปศุสัตว์ห่วงโรคระบาดสัตว์ที่พบบ่อยในช่วงเข้าหน้าฝน
โรคเลปโตสไปโรซิส หรือ ไข้ฉี่หนู เป็นโรคที่พบได้ทั้งในคนและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด มักพบการระบาดของโรคมากในช่วงหลังการเกิดน้ำท่วม
สาเหตุ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
การติดต่อ
จากการสัมผัส ปัสสาวะ เลือด ซากสัตว์ป่วย ลูกสัตว์ที่แท้ง หรือตายแรกคลอด
หรือสัมผัสเชื้อในสิ่งแวดล้อม เช่น ในแอ่งน้ำที่ชื้นแฉะ หรือในทุ่งนา
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายโดยการไชเข้าทางบาดแผล หรือเยื่อเมือกต่างๆ เช่น
ปาก ตา จมูก หรือทางผิวหนังที่เปื่อยเนื่องจากแช่น้ำนาน
นอกจากนี้สามารถติดต่อจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อน
รวมถึงการหายใจเอาละอองที่มีเชื้อปะปนอยู่
อาการ
แบ่งเป็น แบบเฉียบพลัน คือ มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร เยื่อตาอักเสบ อาเจียน
ท้องเสีย มีเลือดออก ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะเป็นเลือด ดีซ่าน ตับโต
ไตวาย เต้านมอักเสบ และมีอาการทางระบบประสาท ส่วนแบบเรื้อรัง
เชื้อจะไปอยู่ที่ไต ทำให้ไตอักเสบ และขับเชื้อออกมาทางปัสสาวะ
การป้องกัน
ลดการแพร่โรคโดยการควบคุมหนู ซึ่งเป็นพาหะนำโรคที่สำคัญ
แยกสัตว์ป่วยออกจากฝูง
ปรับปรุงการสุขาภิบาลในบริเวณที่เลี้ยงสัตว์และที่อยู่อาศัย
เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อในสิ่งแวดล้อม
ครบรอบ 70 ปี กรมปศุสัตว์ เร่งกำจัดพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศ
สุนัข
และแมว เป็นพาหะหลักในการแพร่เชื้อไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าไปสู่สัตว์และคน
ดังนั้นการลดจำนวนสัตว์ที่เป็นพาหะนำโรค
จะช่วยลดการแพร่เชื้อและลดอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าในคนและสัตว์ได้
วิธีการลดจำนวนสัตว์พาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าที่มีความยั่งยืนและได้ผลที่สุดคือ
การผ่าตัดทำหมัน โดยเฉลี่ยการทำหมันเพศเมีย 1
ตัว สามารถลดจำนวนประชากรสุนัขได้ถึง 10 ตัวต่อปี ดังนั้น
กรมปศุสัตว์จึงได้จัดโครงการรณรงค์ผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว ขึ้น
เพื่อควบคุมและลดจำนวนสัตว์พาหะนำโรคพิษสุนัขบ้าทั่วประเทศ
เพื่อลดพาหะสำคัญของโรคพิษสุนัขบ้าและลดอัตราการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าทั้งในคน
และสัตว์
และเพื่อกระตุ้นให้ผู้เลี้ยงสัตว์ปรับทัศนคติการเลี้ยงให้มีความถูกต้องและ
มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยพิจารณาจากจังหวัดที่เคยเกิดโรคในคน ระหว่างปี
2550-2555 และจังหวัดที่เคยเกิดโรคในสัตว์ ระหว่างปี 2550-2554
กำหนดพื้นที่ดำเนินงาน รวม ทั้งสิ้น 293 อำเภอ ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม –
30 มิถุนายน 2555
กรมปศุสัตว์ห่วงโรคระบาดสัตว์ที่พบบ่อยในช่วงเข้าหน้าฝน
โรคเฮโมรายิกเซพติกซีเมีย หรือโรคคอบวม เป็นโรคระบาดรุนแรงในกระบือ แต่จะมีความรุนแรงน้อยลงในสัตว์อื่นๆ เช่น โค แพะ แกะ ม้า อูฐ กวาง และช้าง เป็นต้น
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย
โดยเชื้อชนิดนี้สามารถอยู่ในระบบทางเดินหายใจสัตว์ปกติได้
โดยที่สัตว์ไม่แสดงอาการป่วย แต่เมื่อสัตว์อยู่ในภาวะเครียด
สัตว์จะแสดงอาการป่วย และขับเชื้อออกสู่สิ่งแวดล้อม ปนเปื้อนอาหารและน้ำ
เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถมีชีวิตอยู่ในดินที่ชื้นแฉะ
หรือในน้ำได้นานหลายชั่วโมง ถึงหลายวัน
การติดต่อ
เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่
และขับเชื้อออกมากับสิ่งขับถ่ายต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ
การระบาดของโรคจะเกิดได้ง่ายในสภาวะที่สัตว์เกิดความเครียด เช่น
ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ขาดสารอาหาร การจัดการการเลี้ยงที่ไม่ดี
หรือการเคลื่อนย้ายสัตว์
อาการ ลักษณะ
สำคัญของโรค สัตว์จะหายใจหอบลึก มีเสียงดัง ยืดคอไปข้างหน้า คอ หรือหน้าบวม
แข็ง อัตราการป่วยและอัตราการตายสูง สัตว์อาจตายทันทีก่อนแสดงอาการให้เห็น
หรือถ้าป่วยเรื้อรัง จะแสดงอาการนาน อาการแบบเฉียบพลัน ได้แก่ มีไข้สูง
น้ำลายไหลฟูมปาก หยุดกินอาหาร ซึม หายใจถี่ ระยะแรกท้องผูก ต่อมาท้องร่วง
อาจมีเลือดปนออกมากับอุจจาระ สัตว์จะตายภายใน 2-3 วัน ส่วนอาการแบบเรื้อรัง
สัตว์ป่วยจะมีชีวิตได้นานประมาณ 3-4 เดือน สุขภาพทรุดโทรม มีโรคแทรกซ้อน
การป้องกัน ทำได้โดยการฉีดวัคซีนให้สัตว์ที่อายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป และฉีดซ้ำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง และดูแลด้านการจัดการและสุขาภิบาลให้ดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











