วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

เราคือผู้แบ่งเบาภาระท่าน

พิบูลย์อุปถัมภ์เพ็ทคลีนิก 1013 ซ.พิบูลย์อุปถัมภ์(ลาดพร้าว48) ถ.สุทธิสารวินิจฉัย สามเสนนอก ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร.022747217 0805585825 0828085556 รับบริการนอกสถานที่ มีรถรับส่งสัตว์เลี้ยงในยามฉุกเฉิน

วิธีการดูเเลสุนัขช่วงหน้าร้อน

 อากาศร้อนช่วงเมษานี้กลางวันร้อนมากถึง 40-41 องศาแบบนี้ ต้องดูแลโกลเดนกันมากหน่อยเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหมาขนยาวที่มีโอกาสเกิดอาการฮีทสโตรก Heatstroke ที่อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้ง่ายกว่าหมาพันธุ์อื่นๆ
ร่างกายของ น้องหมาจะระบายความร้อนทางปากและลิ้นและที่อุ้งเท้าโดยไม่มีต่อมเหงื่อตามรู ขุมขนตามผิวหนังเหมือนคนเรา ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากน้องหมาทำลิ้นห้อยอยู่ตลอดเวลาและบางครั้งก็เอา เท้าจุ่มน้ำก็ปล่อยให้ทำไปเพราะเป็นการระบายความร้อนโดยธรรมชาติ อาการฮีทสโตรกเกิดจากร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้กับอากาศร้อนได้ทัน การวิ่งออกกำลังกายมากๆในช่วงอากาศร้อน หรืออาการขาดน้ำที่เพียงพอ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนสูงกว่าอุณหภูมิของร่างกายเป็นเวลานานๆ ร่างกายไม่สามารถปรับระบบระบายความร้อนได้ทัน โดยปกติอุณหภูมิของน้องหมาจะอยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิร่างกายสูงถึง 40 องศาที่เกิดจากอากาศไม่ใช่เกิดจากอาการไข้ติดเชื้อก็จะมีอาการหายใจแรง หอบ น้ำลายเยอะมาก เหงือกแดงมาก หัวใจเต้นเร็ว หายใจลำบาก อาเจียนออกเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือด มีจุดแดงตามร่างกาย กล้ามเนื้อกระตุก อุณหภูมิร่างกายสูง จนเกิดอาการชัก หยุดหายใจและตายได้ ซึ่งจะมีผลทำให้อวัยวะต่างๆ

การป้องกันคือสิ่งที่ดีที่สุดเราสามารถทำได้โดย
ต้องมีน้ำให้กินตลอดเวลาไม่ให้ขาด
ไม่พาออกกำลังกายในช่วงบ่ายหรือเวลาที่อากาศร้อนจัด
หาที่ร่มหรือที่หลบแดดมีอากาศถ่ายเทให้อยู่ในช่วงกลางวัน
เมื่อไปไหน กับน้องหมาไม่ให้เก็บไว้ในรถโดยเด็ดขาด หรือถ้าจำเป็นต้องจอดในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทได้ เปิดกระจกออกให้มีอากาศระบายและมีน้ำดื่มไว้ให้ด้วย มีน้องหมาจำนวนมากที่ตายโดยที่เจ้าของคิดว่าไปไม่นานและเป็นสาเหตุที่ใหญ่ สุดที่เจอบ่อยที่สุด
การให้อาหารในตอนเย็นต้องให้หลังจากแดดร่มแล้วหรือยืดเวลาออกไปให้หลังพระอาทิตย์ตก เนื่องจากน้องหมาจะไม่กินอาหารหากอากาศร้อน
อาบน้ำให้หรือราดน้ำให้ทั่วและเช็ดตัวให้หมาดๆ ปล่อยให้แห้งเองโดยไม่ต้องไดร์
อาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆปูให้นอนในช่วงกลางวัน แต่ต้องเอาออกในช่วงกลางคืนป้องกันปอดบวม
ใช้พัดลมเป่าหรือให้อยู่ในห้องแอร์เลย
การที่น้อง หมาจะกลับมาหายดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าอวัยวะถูกทำลายลงไปมากน้อยเพียงไร ดังนั้นเราควรป้องกันไว้ก่อนที่จะเกิดอาการเช่นนี้ เพราะไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่า “กันไว้ดีกว่าแก้”

วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2555

1โครินธ์9:19 เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้ามิได้อยู่ในบังคับของผู้ใด ข้าพเจ้าก็ยังยอมตัวเป็นทาสคนทั้งปวงเพื่อจะได้ชนะใจคนมากยิ่งขึ้น 9:20 ต่อพวกยิว ข้าพเจ้าก็ทำตัวเหมือนยิว เพื่อจะได้พวกยิว ต่อพวกที่อยู่ใต้พระราชบัญญัติ ข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนคนอยู่ใต้พระราชบัญญัติ เพื่อจะได้คนที่อยู่ใต้พระราชบัญญัตินั้น 9:21 ต่อคนที่อยู่นอกพระราชบัญญัติ ข้าพเจ้าก็ทำตัวเหมือนคนนอกพระราชบัญญัติ เพื่อจะได้คนที่อยู่นอกพระราชบัญญัตินั้น (แต่ข้าพเจ้ามิได้อยู่นอกพระราชบัญญัติของพระเจ้า แต่อยู่ใต้พระราชบัญญัติแห่งพระคริสต์) 9:22 ต่อคนอ่อนแอ ข้าพเจ้าก็ทำตัวเหมือนคนอ่อนแอ เพื่อจะได้คนอ่อนแอ ข้าพเจ้ายอมเป็นคนทุกชนิดต่อคนทั้งปวง เพื่อจะช่วยเขาให้รอดได้บ้างโดยทุกวิถีทาง 9:23 ข้าพเจ้าทำอย่างนี้เพราะเห็นแก่ข่าวประเสริฐ เพื่อข้าพเจ้าจะได้มีส่วนกับท่านในข่าวประเสริฐนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2555

โรคพิษสุนัขบ้า

โรคพิษสุนัขบ้า เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ แร็บโด
การติดต่อ  จากน้ำลายของสัตว์ที่ป่วย แพร่เข้าสู่ผิวหนังที่มีบาดแผล อวัยวะที่มีบาดแผล
อวัยวะที่เป็นเป้าหมายของไวรัส คือระบบประสาทและสมอง
อาการ  ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไป อาจจะออกมาในรูปแบบคลุ้มคลั่ง หรือซึม ระยะสุดท้ายจะเกิดอัมพาตของระบบทางเดินหายใจ ทำให้ตายในที่สุด
การป้องกัน ทำวัคซีนตั้งแต่ 3 เดือน กระตุ้นซ้ำหลังจากเข็มแรก 3 เดือน และหลังจากนั้น กระตุ้นปีละ 1 ครั้ง

โรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper)

เกิดจาก เชื้อไวรัส ชื่อพารามิกโซ ไวรัส
ติดต่อโดย การกิน หรือหายใจเอาเชื้อที่ปนเปื้อนในสิ่งคัดหลั่งของสุนัขที่ป่วยเข้าไป
อวัยวะที่เป็นเป้าหมายของไวรัส จะเริ่มตั้งแต่ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ จนถึงระบบประสาท
อาการ ทำให้สุนัขมีไข้สูง อาเจียน ท้องเสีย มีขี้มูกขี้ตาเกรอะกรัง ปอดบวมและชักได้ สุนัขโดยมากจะเสียชีวิต
การป้องกัน ทำวัคซีนตั้งแต่อายุ 6-8 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำทุก 2-4 สัปดาห์ จนอายุเกิน 3 เดือน หลังจากนั้นกระตุ้นซ้ำปีละครั้ง

การคุมกำเนิด “สุนัข” และ “แมว”

ปัจจุบันพบว่าเจ้าของสุนัขและแมวจำนวนไม่น้อยมักจะพาสัตว์เลี้ยง (เพศเมีย) ของตนมาพบสัตวแพทย์เพื่อให้ฉีดยาคุมกำเนิดเพราะคิดว่าการให้ยาคุมกำเนิดเป็นการจัดการที่ง่าย สะดวกและไม่ทำให้สัตว์เจ็บปวดมาก รวมถึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกับการผ่าตัดทำหมัน
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีสิ่งสำคัญที่เจ้าของควรคำนึงถึงหลายประการดังนี้
1. ยาคุมกำเนิดจะให้ผลดีต้องฉีดในช่วงที่สุนัขและแมวไม่เป็นสัด
2. ถ้าสุนัข หรือแมว ได้รับการผสมก่อนฉีดยาคุม จะทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง เช่น คลอดยาก, ลูกตายในท้อง, มดลูกอักเสบ และอาจทำให้แม่สุนัขเสียชีวิตได้
3. ยาคุมกำเนิดมีส่วนประกอบคล้ายฮอร์โมน การฉีดยาคุมกำเนิด จะทำให้ระดับฮอร์โมนของร่างกาย ไม่สมดุล และอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ขนร่วง, เป็นเบาหวาน, อยากอาหารเพิ่มขึ้น, กระหายน้ำมากขึ้น, ซึม หากใช้ติดต่อเป็นเวลานานอาจเกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากเกิดการกดการทำงานของไขกระดูกได้
4. ปัจจุบันนี้พบว่าการฉีดยาคุมกำเนิด อาจได้ผลนานประมาณ 4-5 เดือน ซึ่งยังไม่มีรายงานยืนยันแน่นอน
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะพบว่าการฉีดยาคุมกำเนิดส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของท่านมากมาย และถ้าแน่ใจว่าไม่ต้องการให้สุนัข และแมวของท่านมีลูก แนะนำว่าควรจะทำหมัน เนื่องจากให้ผลคุมกำเนิดได้แน่นอนกว่า และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดทำหมัน 1 ครั้ง เทียบกับการฉีดยาคุมกำเนิดหลายๆ ครั้ง และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากฉีดยาคุมกำเนิด ติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น อาจพบว่าการตัดสินใจทำหมันดีกว่า