วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555
โปรแกรมวัคซีนในสุนัข
การทำวัคซีน ควรทำในสุนัขที่มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง เพื่อที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงสุด และมีประสิทธิภาพที่จะต่อต้านเชื้อโรคมากที่สุด และภายหลังจากการทำวัคซีนต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ร่างกายจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันโรค หากมีการติดเชื้อก่อนที่ระดับภูมิคุ้มกันจะสูงพอป้องกันโรคได้ สุนัขตัวที่ทำวัคซีนก็จะเกิดโรคได้เหมือนกัน
อายุ 4-6 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิ และตรวจสุขภาพ
อายุ 5-6 สัปดาห์ วัคซีน หวัด, หลอดลมอักเสบติดต่อ, ไข้หัด, ลำไส้อักเสบ และถ่ายพยาธิ
อายุ 8 สัปดาห์ วัคซีนรวม 5 โรค (ไข้หัด, ลำไส้อักเสบ, ตับอักเสบ, เลปโตสไปโรซิส, หวัด, หลอดลมอักเสบติดต่อ) ครั้งที่ 1 และถ่ายพยาธิ ตรวจสุขภาพ
อายุ 10 สัปดาห์ วัคซีนรวม 5 โรค ครั้งที่ 2 และถ่ายพยาธิ ตรวจสุขภาพ
อายุ 12 สัปดาห์ วัคซีนพิษสุนัขบ้า ครั้งที่ 1 ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ และตรวจสุขภาพ
อายุ 16 สัปดาห์ วัคซีนลำไส้อักเสบ (กรณีที่มีความเสี่ยง) ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ
อายุ 24 สัปดาห์ วัคซีนพิษสุนัขบ้า ครั้งที่ 2 ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ
นอกจากนี้ สุนัขควรได้รับการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจทุกๆ เดือน
ถ่ายพยาธิในลำไส้ทุก 3-6 เดือน
กระตุ้นวัคซีนรวม และวัคซีนพิษสุนัขบ้า ปีละครั้ง
การคุมกำเนิด ทำหมันเมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน – 1 ปี ขึ้นไป
การตัดนิ้วติ่ง เมื่ออายุ 3 วัน – 1 สัปดาห์
หมายเหตุ โปรแกรมวัคซีน อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
อายุ 4-6 สัปดาห์ ถ่ายพยาธิ และตรวจสุขภาพ
อายุ 5-6 สัปดาห์ วัคซีน หวัด, หลอดลมอักเสบติดต่อ, ไข้หัด, ลำไส้อักเสบ และถ่ายพยาธิ
อายุ 8 สัปดาห์ วัคซีนรวม 5 โรค (ไข้หัด, ลำไส้อักเสบ, ตับอักเสบ, เลปโตสไปโรซิส, หวัด, หลอดลมอักเสบติดต่อ) ครั้งที่ 1 และถ่ายพยาธิ ตรวจสุขภาพ
อายุ 10 สัปดาห์ วัคซีนรวม 5 โรค ครั้งที่ 2 และถ่ายพยาธิ ตรวจสุขภาพ
อายุ 12 สัปดาห์ วัคซีนพิษสุนัขบ้า ครั้งที่ 1 ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ และตรวจสุขภาพ
อายุ 16 สัปดาห์ วัคซีนลำไส้อักเสบ (กรณีที่มีความเสี่ยง) ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ
อายุ 24 สัปดาห์ วัคซีนพิษสุนัขบ้า ครั้งที่ 2 ถ่ายพยาธิ พยาธิหนอนหัวใจ
นอกจากนี้ สุนัขควรได้รับการป้องกันพยาธิหนอนหัวใจทุกๆ เดือน
ถ่ายพยาธิในลำไส้ทุก 3-6 เดือน
กระตุ้นวัคซีนรวม และวัคซีนพิษสุนัขบ้า ปีละครั้ง
การคุมกำเนิด ทำหมันเมื่อสุนัขอายุ 8 เดือน – 1 ปี ขึ้นไป
การตัดนิ้วติ่ง เมื่ออายุ 3 วัน – 1 สัปดาห์
หมายเหตุ โปรแกรมวัคซีน อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
โรคไวรัสของสุนัขที่ควรรู้และการป้องกัน
4. โรคหวัดและหลอดลมอักเสบติดต่อ
- สุนัขมักติดเชื้อโรคชนิดนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะในฟาร์มที่เลี้ยงสุนัขแออัด
แม้ว่าโรคนี้จะไม่ทำอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้สุนัขมีอาการไอเรื้อรังได้นับเดือน
- สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย
- อาการ ไอแห้ง ๆ เรื้อรัง หรือถ้าพบว่าไอแบบมีเสมหะอาการจะรุนแรงมากขึ้น
อาจเกิดภาวะหลอดลมอักเสบและหลอดลมตีบได้
- การติดต่อ สูดดมเชื้อโรคที่มากับอากาศ
- การป้องกัน การทำวัคซีนที่อายุ 5-6 สัปดาห์ และกระตุ้นซ้ำทุก ๆ 6 เดือน
- สุนัขมักติดเชื้อโรคชนิดนี้ได้ง่าย โดยเฉพาะในฟาร์มที่เลี้ยงสุนัขแออัด
แม้ว่าโรคนี้จะไม่ทำอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้สุนัขมีอาการไอเรื้อรังได้นับเดือน
- สาเหตุ เชื้อแบคทีเรีย
- อาการ ไอแห้ง ๆ เรื้อรัง หรือถ้าพบว่าไอแบบมีเสมหะอาการจะรุนแรงมากขึ้น
อาจเกิดภาวะหลอดลมอักเสบและหลอดลมตีบได้
- การติดต่อ สูดดมเชื้อโรคที่มากับอากาศ
- การป้องกัน การทำวัคซีนที่อายุ 5-6 สัปดาห์ และกระตุ้นซ้ำทุก ๆ 6 เดือน
โรคไวรัสของสุนัขที่ควรรู้และการป้องกัน
3. โรคลำไส้อักเสบ (canine parvo virus)
- พบทุกช่วงอายุ พบมากและรุนแรงในช่วงอายุ 2-6 เดือน
- สาเหตุ เชื้อไวรัส
- อาการ อาเจียน มีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร ท้องร่วงอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นน้ำ มูก ปนเลือด
มีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว สุนัขเสียชีวิตจากการขาดน้ำ สารอาหาร เลือด และเกลือแร่
- การติดต่อ การกินเชื้อที่ปนเปื้อนออกมาจากสุนัขป่วย
- การป้องกัน ทำวัคซีนอายุ 6-8 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำอีก 2 สัปดาห์ อายุ 4 เดือน และหลังจากนั้นฉีดปีละครั้ง
- พบทุกช่วงอายุ พบมากและรุนแรงในช่วงอายุ 2-6 เดือน
- สาเหตุ เชื้อไวรัส
- อาการ อาเจียน มีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร ท้องร่วงอย่างรุนแรง อุจจาระเป็นน้ำ มูก ปนเลือด
มีกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว สุนัขเสียชีวิตจากการขาดน้ำ สารอาหาร เลือด และเกลือแร่
- การติดต่อ การกินเชื้อที่ปนเปื้อนออกมาจากสุนัขป่วย
- การป้องกัน ทำวัคซีนอายุ 6-8 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำอีก 2 สัปดาห์ อายุ 4 เดือน และหลังจากนั้นฉีดปีละครั้ง
โรคไวรัสของสุนัขที่ควรรู้และการป้องกัน
2. โรคไข้หัดสุนัข (canine distemper)
- พบทุกช่วงอายุ โดยพบมากแรกเกิดจนถึง 3 เดือน รักษาไม่หาย
- สาเหตุ เชื้อไวรัส
- อาการ มีไข้ น้ำมูกเขียว ขี้ตาเขียว ตุ่มหนองใต้ท้อง ริมฝีปากสั่น ชักกระตุก
อัมพาต กดภูมิคุ้มกัน อาจมีอาการท้องเสีย สุนัขติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิต
- การติดต่อ ทางการหายใจ สิ่งขับถ่าย (น้ำมูก ขี้ตา อุจจาระ ปัสสาวะ)
- การป้องกัน ทำวัคซีนที่อายุ 6-8 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำอีก 2 สัปดาห์ และฉีดซ้ำปีละครั้ง
- พบทุกช่วงอายุ โดยพบมากแรกเกิดจนถึง 3 เดือน รักษาไม่หาย
- สาเหตุ เชื้อไวรัส
- อาการ มีไข้ น้ำมูกเขียว ขี้ตาเขียว ตุ่มหนองใต้ท้อง ริมฝีปากสั่น ชักกระตุก
อัมพาต กดภูมิคุ้มกัน อาจมีอาการท้องเสีย สุนัขติดเชื้อรุนแรงจนเสียชีวิต
- การติดต่อ ทางการหายใจ สิ่งขับถ่าย (น้ำมูก ขี้ตา อุจจาระ ปัสสาวะ)
- การป้องกัน ทำวัคซีนที่อายุ 6-8 สัปดาห์ กระตุ้นซ้ำอีก 2 สัปดาห์ และฉีดซ้ำปีละครั้ง
โรคไวรัสของสุนัขที่ควรรู้และการป้องกัน
1. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)
- เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นได้ทุกฤดูกาล ติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม
และมนุษย์ ซึ่งเป็นโรคสัตว์ติดคนที่สำคัญ
- สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส
- อาการ แบบดุร้าย กัด ขากรรไกรแข็ง ลิ้นห้อย น้ำลายไหล
แบบเซื่องซึม หลบที่มืด กินไม่ได้
- การติดต่อ น้ำลาย บาดแผล
- การรักษา รักษาไม่หาย
- การป้องกัน วัคซีน อายุ 3 เดือน 6 เดือน และ กระตุ้นซ้ำทุกปี
- เป็นโรคติดต่อร้ายแรง เป็นได้ทุกฤดูกาล ติดต่อในสัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม
และมนุษย์ ซึ่งเป็นโรคสัตว์ติดคนที่สำคัญ
- สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส
- อาการ แบบดุร้าย กัด ขากรรไกรแข็ง ลิ้นห้อย น้ำลายไหล
แบบเซื่องซึม หลบที่มืด กินไม่ได้
- การติดต่อ น้ำลาย บาดแผล
- การรักษา รักษาไม่หาย
- การป้องกัน วัคซีน อายุ 3 เดือน 6 เดือน และ กระตุ้นซ้ำทุกปี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)