กรมปศุ
สัตว์ เตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทำวัคซีนโรคปากและเท้าเปื่อยอย่างเข้มงวด
ก่อนสูญเสียรายได้งามจากการจำหน่ายน้ำนมดิบ
พร้อมขอความร่วมมือจากศูนย์รับนมและสหกรณ์โคนมเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทาง
ชีวภาพ
เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยไม่ให้แพร่กระจายออกไป
ยังพื้นที่อื่น
นายสัตวแพทย์ทฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมควรใส่ใจให้วัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อย (Food
and Mouth Disease : FMD) อย่างเคร่งครัด
เพราะหากในฟาร์มที่มีโคนมติดเชื้อโรคนี้แล้ว
จะไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมโคได้เป็นเวลานาน
ซึ่งทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้จากการขายน้ำนมดิบ
และมูลวัวสดไปอีกหลายสัปดาห์
ซึ่งเกษตรกรสามารถป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยได้โดยทำวัคซีนควบคุมโรคปากและ
เท้าเปื่อยตามโปรแกรม และดูแลสุขภาพโคนมให้แข็งแรง
พร้อมทั้งจัดการฟาร์มให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกเพิ่มเติมว่า
หากเกษตรกรพบสัตว์ป่วย แนะนำให้แยกสัตว์ป่วย
ออกจากสัตว์ปกติให้เร็วที่สุดโดยจัดพื้นที่ให้อยู่ห่างกันมากที่สุดอีกด้วย
ควรแยกบุคคลสำหรับดูแลสัตว์ป่วยหากไม่สามารถทำได้ให้ทำกิจกรรมกับสัตว์ป่วย
เป็นลำดับสุดท้าย ต้องแยกอุปกรณ์ใช้งานของสัตว์ป่วยกับสัตว์ปกติ
งดอาบน้ำสัตว์ป่วยเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อภายในฟาร์ม
ในการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อตามพื้นคอกไม่ควรใช้เครื่องพ่นยาแรงดันสูง
เนื่องจากจะทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจายไปกับละอองฝอยได้ อีกทั้งต้องงดจำหน่าย
หรือส่งนมและมูลโคสดออกนอกฟาร์ม
ในศูนย์รับนมและสหกรณ์โคนม ควรปฏิบิติ ดังนี้
เข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ เช่น
พ่นยาฆ่าเชื้อรถทุกคันที่เข้า-ออกศูนย์รับนมหรือสหกรณ์โคนม
ตลอดจนป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคปากและเท้าเปื่อยจากผู้ปฏิบัติงาน
ประชาสัมพันธ์ให้เน้นย้ำเกษตรกรที่ยังไม่มีโคนมป่วยด้วยโรคปากและเท้าเปื่อย
ป้องกันการนำโรค เข้าฟาร์มดังนี้ -
งดการนำเข้าสัตว์มาเลี้ยงใหม่
จากพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อยเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือน
- เข้มงวดการจัดการเพื่อป้องกันโรคเข้าฟาร์ม เช่น
-
ห้ามบุคคลภายนอกเข้าฟาร์มโคนม หากจำเป็นต้อง
เปลี่ยนรองเท้าที่ใช้เฉพาะภายในฟาร์มและเดินผ่านอ่างน้ำยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง
ก่อนเข้าบริเวณรีดนมและที่เลี้ยงโคนม
-
ห้ามยานพาหนะทุกชนิดเช่น รถรับซื้อสัตว์ รถขนอาหารสัตว์
รถรับซื้อมูลสัตว์ เข้าภายในฟาร์ม โดยเด็ดขาด
หากจำเป็นต้องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคและจัดให้รถดังกล่าวอยู่ไกลจากสถานที่เลี้ยง
โคให้มากที่สุด
- ทำความสะอาดและทำลายเชื้อโรคถังส่งนมและอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนนำเข้าฟาร์ม
-
เลือกซื้อพืชอาหารสัตว์จากแหล่งที่เชื่อถือได้
ว่าไม่มีการระบาดของโรคปากและ เท้าเปื่อยของพื้นที่ดังกล่าว
หากฟาร์มอยู่ในพื้นที่ที่มีโรคปากและเท้าเปื่อยระบาดให้หลีกเลี่ยงการผสม
เทียมและงด การนำสัตว์เข้ามาเลี้ยงใหม่ในช่วงที่มีโรคระบาดอยู่
หากพบโคนมป่วย หรือสงสัยว่าเป็นโรคปากและเท้าเปื่อย
ให้แจ้งเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์เข้าช่วยเหลือในการควบคุมโรคโดยเร็ว
ทั้งนี้ถ้าเกษตรกรไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ
และเป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดความเสียหาย
มีโทษตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499
โรคปากและเท้าเปื่อย เป็นโรคติดต่อที่สำคัญ ใน โค กระบือ แพะ แกะ และสุกร
ที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส
สามารถติดต่อและแพร่กระจายได้โดยการกินหรือสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยตรง
หรือเชื้อที่ปนเปื้อนจากถังนม คน ยานพาหนะ เป็นต้น
เพราะเชื้อไวรัสจะถูกขับออกมาจากสัตว์ป่วยทางน้ำมูก น้ำลาย น้ำนม มูล
ลมหายใจและบาดแผล สัตว์ที่ป่วยจะแสดงอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร
มีเม็ดตุ่มพองเกิดขึ้นที่ริมฝีปาก ช่องปาก ทำให้น้ำลายไหล กินอาหารไม่ได้
และมีตุ่มแผลที่ไรกีบ ทำให้เท้าเจ็บ เดินไม่สะดวก
ในโคนมอาจมีเม็ดตุ่มที่เต้านมทำให้เต้านมอักเสบได้
เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสจึงไม่มียารักษา
แต่จะใช้ยาปฏิชีวนะหรือยาม่วงลดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
สามารถป้องกันได้โดยทำวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยตามโปรแกรมอย่าง
เคร่งครัด จะสามารถลดอัตราการเกิดโรคได้
ท้ายที่สุดนี้
อธิบดีกรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สังเกตอาการสัตว์ที่
เข้าเลี้ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโคเนื้อ กระบือ แพะและแกะ
หากพบสัตว์แสดงอาการป่วยให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ
หรือปศุสัตว์จังหวัด เพื่อจะได้เร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
และหากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ
ในท้องที่ หรือโทรศัพท์ 085-6609906
……………………………………………………..
ข้อมูล / ข่าว : ส่วนโรคปศุสัตว์ สำนักควบคุม ป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์
เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : น้องนุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการา กรมปศุสัตว์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น